Etahn I3's profile°o.O(¯`·._.·❤ Weekly Onl...PhotosBlogLists Tools Help

Ethanb หวังเกษม

Occupation
Photo 1 of 51

20 July

แวะมาทักทาย

ต้องขอโทษเพื่อนๆ และน้องๆ ที่แวะเวียนเข้ามาในสเปซนี้แล้วไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงเลย เนื่องจากว่าหลายเดือนที่ผ่านมาผมต้องรับผิดชอบงานหนังสือและกิจกรรมหลายๆ อย่างเลย จึงไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาปรับปรุงสเปซของตัวเองสักเท่าไหร่ วันนี้พอจะมีเวลาเล็กๆ น้อยๆ ก็เลยแวะมาปรับปรุงมันซะหน่อยละกันนะ หวังว่าเพื่อนๆ และน้องๆ ที่เป็นแฟนคอลัมน์ของผมใน Weekly Online จะคงไม่ลืมแวะเข้ามาทักทายหรือฝากข้อความไว้บ้างนะครับ ปีนี้เกมดีๆ ก็จ่อคิวเข้ามาเต็มไปหมดเลย ถ้าจะเล่นเกมไหนก็เลือกเอาที่ตัวเองชอบละกันนะ เผื่อว่าบางทีน้องๆ อาจจะคนพบตัวเองจากเกมนั้นๆ ก็ได้ ดูอย่างเมื่อวันก่อนที่พี่ได้ดูรายการของลุงปัญญา ชื่อรายการ อัฉริยะข้ามคืน ไม่รู้ใครได้ดูบ้าง เพราะวันนั้นพี่นั่งเชียร์น้องคนนึงที่พี่รู้จัก เค้าเป็นแชมป์วอร์คราฟ 3 สมัย ของประเทศไทย ถูกเชิญไปแข่งที่ สิงคโปร์หรืองานเกมระดับโลกต่างๆ ก็หลายครั้งแล้ว จนได้มีโอกาสมาร่วมรายการนี้ของลุงปัญญาที่เฟ้นหาผู้มีความสามารถในอาชีพที่ตนเองถนัดมาแข่งกัน และน้องเค้าก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนเล่นเกมไม่ได้โง่เสมอไป สามารถเป็นแชมป์ในรายการแข่งขันกับอัฉริยะสาขาอื่นได้จนได้เงินล้านมาครอง ผมเชื่อว่าน้องๆ และเพื่อนๆ ทุกคนก็สามารถเป็นที่สุดในสิ่งที่ตัวเองรักได้เหมือนกันเพียงแค่ทุ่มเทตั้งใจและพัฒนาความสามารถของตัวเองให้ดี เชื่อว่าน้องๆ ต้องมีวันนั้นแน่นอนครับ เพราะครั้งนึงก่อนทีพี่จะมาเป็นคอลัมน์นิส พี่ก็เป็นคนนึงที่ชอบเล่นเกม นั่งเล่นแต่เกมมาก่อนแต่ว่า พี่ก็ตักตวงประโยชน์จากเกมที่พี่เล่นมาด้วยเหมือนกันนะ ขอให้น้องๆ ทุกคนไปถึงฝั่งฝันของตัวเองได้แบบที่พี่มาถึงแล้วนะครับ โชคดีจ้า

21 January

Online 4 Love ☆。°○★

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Weekly Online และเพื่อนๆ ที่มีหัวใจ Online for you สำหรับ Online for you ฉบับเดือนกุมภาพันธ์นี้ผมอยากให้เพื่อนๆ ร่วมเป็นหนึ่งใน Online for you เดือนแห่งความรักนี้โดยผมจะเปิดโอกาสให้เพื่อนๆ ได้ฝากถ้อยคำรักของเพื่อนๆ ที่มีต่อคนที่คุณรักผ่านทาง Online for you ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่จะให้ผมเอาของทุกคนไปลงก็คงไม่ไหวนะครับเพราะผมมีเนื้อที่อยู่แค่หน้าเดียวเอง เอาเป็นว่าข้อความที่โดนใจ หรือเรื่องราวที่โดนใจผมที่สุด จะถูกนำไปแสดงและถ่ายทอดสู่คนที่คุณรัก ใน Weekly Online ฉบับเดือนกุมภาพันธ์นี้ตลอดทั้งเดือนละกันนะครับ หวังว่าเพื่อนๆ คงจะมีคนที่รักอยู่ในใจและมีอะไรที่อยากจะบอกเค้านะครับ และทุกคำรักของคุณจะอยู่กับเราตลอดไปครับ

16 January

Guildwars Update

 

 

สวัสดีครับแฟนๆ กิลด์วอร์ และคนที่อยากจะก้าวเข้ามาเป็นแฟนกิลด์วอร์ นะครับเนื่องจากตอนนี้ยังหาศูนย์รวมที่เป็นหลักแหล่งไม่ได้ก็ขอใช้พื้นที่ๆ พอจะมีอยู่สร้างสังคมสำหรับชาว กิลด์วอร์ ประเทศไทยกันก่อนละกันนะครับสำหรับใครที่อยากจะรู้จักเกมนี้แบบจริงจังละก็คลิ๊กที่ลิ้งนี้ได้เลยครับ น่าจะช่วยให้เพื่อนๆ รู้จักกับเกมนี้เป็นอย่างดีนะครับ

 

http://www.vagabondteam.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=155

 

จริงๆ ตอนนี้ก็เริ่มมีเพื่อนๆ ที่เล่นอยู่มาเล่าประสบการณ์ประทับใจให้ฟังอยู่บ่อยๆ ก็หวังว่าเกมนี้จะเป็นอีกหนึ่งเกมที่เป็นสังคมที่มีคุณภาพสำหรับคนที่มีคุณภาพไปเล่นกันนะครับจริงๆ ผมก็ได้ตั้งกิลด์ไว้แล้วนะครับ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจจจะเข้าร่วมก็ทิ้งชื่อแนะเวลานัดพบได้เลยนะครับ ตัวละครของผมชื่อ Sir Ethan Knight นะครับ แล้วหวังว่าเราคงจะได้พบกันเร็วๆ นี้นะครับ ไหนๆ มาแล้วก็มีข่าวมาฝากนิดหน่อยนะครับเดือนมีนาคมนี้กิลด์วอร์จะมีวางจำหน่ายในประเทศไทยแบบถูกต้องแล้วนะครับโดยบริษัทผู้จัดจำหน่ายคือ NCTrue นะครับคาดว่าราคาน่าจะไม่เกิน 2 พันบาท เป็นการขายกล่องอย่างเดียวครับไม่มีการเปิดเซิร์ฟเวอร์ในบ้านเราแต่ถ้ายอดจำหน่ายสูงก็มีโอกาสเป็นไปได้ว่าเค้าจะทำเป็นภาษาไทยนะครับ ซึ่งคงจะช่วยให้เล่นได้สนุกขึ้นนะตอนนี้ในเซิร์ฟเวอร์อินเตอร์ ก็ได้เปิดให้เทส 2 อาชีพใหม่กันแล้วนะครับคาดว่าคงจะมีภาคใหม่ออกมาขายกันเร็วๆ นี้ซึ่งเอาใจแฟนๆ เอเซียมากเลยนะครับสำหรับการออกแบบฉากและตัวละคร และ 2 อาชีพใหม่ก็คือ Assasin

TAM

สวัสดีจ้ะ เพื่อนๆ ที่รัก ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์แห่งการเดินทางของผมเลยละครับ เพราะเริ่มแต่ วันพฤหัสที่ผ่านมา ต้องไปงาน Thailand Animation 2006 วันแรกเลย วันนี้ก็มีท่านนายกทักษิณมากล่าวเปิดงานด้วย ถึงแม้จะไม่ได้ฟังสิ่งที่ท่านพูดทั้งหมดแต่ก็มีเรื่องนึงที่ผมได้ฟังแล้วรู้สึกว่าถูกใจมากเลยก็คือการ ที่ท่านบอกว่าถ้าหากว่าท่านจะจำกัดเวลาเล่นเกมของเด็ก ท่านก็จะกำจัดเวลาว่างของเด็กด้วยโดยการให้เค้าใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์มากขึ้น ก็ถือว่าเป็นทัศนะที่ตรงใจมากครับแต่ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติได้หรือเปล่านะ จริงๆ งาน TAM ปีนี้ไปมาเกือบทุกวันเลยยกเว้นก็แค่วันศุกร์อะมั้ง และบูทที่ต้องไปดูบ่อยที่สุดก็มีอยู่ 2 บูท คือบูทลินเนจ 2 และบูทของ Ini3 ความต่างของ 2 ค่ายเล็ก ที่แสดงความยิ่งใหญ่ กับค่ายใหญ่ ที่แสดงความยิ่งใหญ่แบบเล็กๆ ก็มีโอกาสได้รับฟังทัศนะดีๆ ของลุงอ้วนแดง อีกครั้งหลังจากที่เคยขอให้ คุณลุงแกช่วยแสดงทัศนะดีๆ ในคอลัมน์ ออนไลน์ ฟอร์ ยู ไปครั้งนึงแล้ว แต่นั่นก็เป็นแค่เสี้ยวชีวิตเท่านั้นเอง จริงๆ เท่าที่ทราบมา คุณลุงแกผ่านอะไรมาเยอะ และอยากจะให้คุณลุงเค้าช่วยถ่ายทอดประสบการณ์ดีๆ นี้ให้น้องๆ ด้วยเผื่อว่าบางทีจะเป็นการเปิดวิสัยทัศน์ที่ดีต่อเด็กๆ อีกทางนึงด้วย นอกจากงาน TAM แล้ว เมื่อวันเสาร์ตอนเช้า ก็มีอีกงานหนึ่งที่ต้องไปตั้งแต่ 11 โมงเลยก็คือ งานเปิดตัว Survival Gang และ Mini Concert ของบัวชมพู ฟอร์ด อืมก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ดีๆ ที่ได้พบกับน้องๆ ที่น่ารัก อีก 5 คน ถ้าใครกำลังเบื่อๆ ไม่รู้จะเล่นเกมอะไร ก็ลองไปโหลดเล่นกันได้นะครับสำหรับ Survival Project เร็วๆ นี้เค้าก็จะมีกิจกรรมใหญ่ๆ ให้เพื่อนๆ ได้สนุกและได้ตังค์ไปกินหนมอีกต่างหากด้วยละ สำหรับภาพของ Girl Gang นี่ไว้ถ้ามีโอกาสจะเอามาให้ดูนะน่ารักทุกคนเลยละ อิอิ

 

20 December

Stay Hungry Stay Foolish?

Stay Hungry Stay Foolish?

 

Stanford Report, Jun 14, 2005

 

โดย : สตีฟ จ็อบส์ (CEO Apple Computer และ Pixar Animation Studio)

ถอดความโดย กิตติ สิงหาปัด

 

ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาตร่วมในพิธีรับปริญญาของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกับพวกท่านในวันนี้ ความจริงที่คนรู้กันทั่วไปก็คือผมไม่จบปริญญาครับ จะว่าไปแล้วการมาที่นี่ในวันนี้ถือว่าทำให้ผมได้อยู่ใกล้กับคำว่าได้ปริญญามากที่สุด วันนี้ผมอยากจะบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตผมให้ฟัง สามเรื่อง เป็นแค่เรื่องของชีวิตผมเองเท่านั้นจริงๆ นะครับ ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไร

 

เรื่องแรก

เป็นเรื่องของการมองเส้นทางเดินของชีวิตที่ผ่านมา ซึ่งมันเป็นคล้ายๆ การต่อเชื่อมจุดให้เป็นรูปร่าง ผมดรอปจากมหาวิทยาลัย Read หลังจากเข้าเรียนได้เพียง 6 เดือน แต่ก็ยังเตร็ดเตร่อยู่ในมหาวิทยาลัยอีก 18 เดือน ก่อนที่จะออกมาจริงๆ ถามว่าทำไมผมถึงดรอป บางทีเรื่องนี้อาจจะเริ่มมาตั้งแต่ผมยังไม่เกิดด้วยซ้ำไป แม่ของผมเป็นสาวรุ่นที่เพิ่งจบการมหาวิทยาลัยและไม่ได้แต่งงาน เธอตั้งใจว่าจะยกผมให้คนที่ต้องการเด็กรับไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม เธอมีเงื่อนไขในใจที่ค่อนข้างแกรงกล้าว่า จะยกผมให้กับคู่สามีภรรยาที่ต้องจบมหาวิทยาลัยเท่านั้น ตอนแรกผู้ที่จะรับผู้ไปอุปการะนั้นเป็นคู่ทนายความกับภรรยา แต่ปรากฏว่าตอนผมคลอดนั้น ทั้งสองอยู่ในรายชื่อถัดไปที่ต้องการรับเด็กไปเลี้ยง พอคู่ของทนายปฎิเสธ ก็เลยมาถึงคิวของท่าน แต่ปัญหาก็คือ...พ่อแม่ผมไม่ได้จบมหาวิทยาลัยในหนแรก แม่ผมจึงไม่ยอม แต่สุดท้ายก็ยอมเพราะพ่อแม่ผมให้สัญญาว่าจะส่งผมเข้ามหาวิทยาลัยเมื่อผมโตขึ้นอย่างแน่นอน

 

17 ปีต่อมาผมก็ได้เข้ามหาวิทยาลัยจริงๆ แต่ผมดันไปเลือกมหาวิทยาลัยที่ค่าเทอมแพงพอๆ กับ ที่นี่ ด้วยเงินเก็บของพ่อแม่ผมซึ่งท่านก็เป็นคนระดับทำงานธรรมดา หมดไปกับค่าเทอมของผม หกเดือนในมหาวิทยาลัยผมมองไม่เห็นว่า มันจะคุ้มกับค่าเล่าเรียนยังไง ผมไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี และมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ให้ทางออกกับผม ผมใช้เงินที่พ่อแม่สะสมมาทั้งชีวิตหมดไปในหกเดือนที่ Read ในที่สุดผมตัดสินใจดรอปโดยมั่นใจว่าทุกอย่างจะดีขึ้น จริงๆ  ตอนนั้นผมก็ค่อนข้างกลัว แต่เมื่อมองกลับไป การตัดสินใจดรอปเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต การดรอปทำให้ผมไม่ต้องเรียนวิชาบังคับที่ผมไม่ชอบ แต่ในขณะเดียวกันกลับทำให้ผมได้เข้าเรียนวิชาที่ผมสนใจ

 

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องดีทั้งหมดนะครับ ผมไม่มีหอพัก ต้องสิงในห้องของเพื่อน ผมต้องเก็บกระป๋องโค้กไปคืนที่ร้านเพื่อเอาเงินมัดจำกระป๋องละ 5 เซ็นต์ ไปซื้อข้าวประทังชีวิต และทุกๆ วันอาทิตย์ผมต้องเดินข้ามเมืองถึง 7 ไมล์ เพื่อที่จะได้กินอาหารดีๆ ซักมื้อที่โบสถ์พราหมณ์ และมีหลายอย่างที่ผมอาจจะก้าวพลาดไปโดยบังเอิญเพราะความอยากรู้อยากเห็น  หรือโดยสัญชาตญาณ ได้ให้บทเรียนที่มิอาจประเมินค่าได้กับผม ผมอยากยกตัวอย่างให้ฟังซักเรื่อง

 

มหาวิทยาลัย Read ในตอนนั้นอาจจะเรียกได้ว่ามีคอร์สสอนการออกแบบตัวอักษร (calligraphy) ที่ดีที่สุดในอเมริกาก็ว่าได้ ป้ายหรือโปสเตอร์ต่างๆ ในมหาวิทยาลัยจะถูกออกแบบอย่างสวยงาม ผมตัดสินในเข้าเรียนวิชานี้ เนื่องจากไม่ต้องลงเรียนวิชาปกติ หลังจากดรอปไว้ ผมได้เรียนรู้ตัวอักษร serif และ san serif ได้รู้เรื่องการจัดวางช่องไฟ การผสมผสานตัวอักษรขนาดต่างๆ กันให้งานออกมาดูดีที่สุด มันเป็นอะไรที่บ่งบอกถึงความสวยงาม มีที่มาที่ไป และมีศิลปะแบบที่วิทยาศาสตร์ก็สอนเราไม่ได้ มันสุดยอดจริงๆ

 

แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรในชีวิตผมเลย จนกระทั่งสิบปีต่อมาเมื่อเราออกแบบคอมพิวเตอร์ แมคอินทอชเครื่องแรก นั่นแหละวิชาที่เรียนตอนดรอปถึงช่วยได้จริงๆ ทุกท่านคงเห็นเครื่องแมคฯ ที่มีตัวฟอนท์ที่สวยงาม นี่ถ้าผมไม่ได้ลงเรียนวิชาการออกแบบตัวอักษร (calligraphy) ในตอนนั้นแล้ว เราก็คงไม่มีเครื่องแมคอย่างที่เราเห็นในวันนี้ และความจริงก็คือถ้าวินโดวส์ไม่ลอกเราในวันนั้น พีซีในยุคปัจจุบันก็จะไม่มีตัวฟอนท์อย่างนี้ก็ได้ ทั้งหมดเกิดขึ้นได้เพราะผมลงเรียนวิชาคัดลายมือครั้งนั้นทีเดียวจริงๆ แน่นอนครับว่าเราคงไม่สามารถต่อเชื่อมจุดเป็นรูปร่างได้เมื่อผมอยู่ที่ Read แต่เมื่อตอนสิบปีผ่านไปทุกอย่างก็เห็นได้ชัด

 

ผมขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า เราไม่สามารถต่อจุดให้เป็นรูปร่างได้โดยการมองไปข้างหน้า เราจะทำได้ต่อเมื่อเรามองย้อนหลังไป (ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึงเวลาเราเชื่อมจุดเป็นรูปต่างๆ ถ้าเราเอากระดาษปิดจุดที่เราต่อมาแล้วเราจะต่อไปข้างหน้าไม่ถูก) ฉะนั้นขอให้เชื่อว่าจุดต่างๆ ที่ผ่านมานั้นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราในวันข้างหน้า เราต้องเชื่อในอะไรซักอย่างไม่ว่าจะเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจ ชะตาชีวิตหรือกรรม อะไรก็ได้วิธีคิดแบบนี้ไม่ทำให้ผมผิดหวังท้อแท้ แต่กลับสร้างสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นกับชีวิตผมมากมาย

 

เรื่องที่สอง

 

ที่จะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความรักและการสูญเสียครับ ผมโชคดีที่ได้พบกับสิ่งที่ผมรักที่จะทำตั้งแต่วัยหนุ่ม วอซ (Stephen Wozniak ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple) กับผมเริ่มทำคอมพิวเตอร์แอปเปิลกันที่โรงรถของพ่อแม่ผมตอนผมอายุ 20 เราทำงานกันอย่างหนัก ภายในระยะเวลา 10 ปี แอปเปิลที่เริ่มจากเราสองคนในโรงรถเติบโตขึ้น มีสินทรัพย์ถึง 2,000 ล้านเหรียญ มีพนักงานกว่า 4,000 คน เราเพิ่งสร้างคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดคือ แมคอินทอช ตอนผมเพิ่งย่างสามสิบ แต่ผมกลับถูกไล่ออก หลายคนอาจสงสัยว่าผมถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองก่อตั้งมาได้ยังไง คือเมื่อแอปเปิลเริ่มเข้าที่และเติบโต เราก็หาคนที่เราคิดว่าเก่งมาร่วมบริหาร แรกก็ไปได้ดี แต่พอซักพัก วิสัยทัศน์เราก็เริ่มไม่ตรงกันหลักเข้าก็กลายเป็นความขัดแย้ง และในที่สุดคณะกรรมการบริหารก็เลือกข้างเขา และผมก็เป็นฝ่ายต้องออกมา เป็นการออกที่คนรู้กันทั่วไปใหญ่โต สิ่งที่เป็นหัวใจในชีวิตของผมมลายหายไป ชีวิตผมเหมือนไม่เหลืออะไรเลย

 

ช่วงนั้นผมไม่รู้ว่าจะทำอะไรอยู่หลายเดือน ผมรู้สึกว่าผมได้ปล่อยให้ความเป็นเจ้าของกิจการหลุดลอยไป ทั้งๆ ที่มีโอกาส ช่วงหลังผมได้พบกับ David Packard (หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง HP) และ Bob Noyce (หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Intel) เพื่อขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น คนทั่วไปมองว่านี่เป็ความล้มเหลวของผม จนผมคิดจะออกจากธุรกิจไอทีนี่แล้ว แต่แล้วผมก็รู้สึกว่าเริ่มคิดอะไรบางอย่างได้ ผมยังรักในสิ่งที่ผมทำ สิ่งที่เกิดขึ้นที่แอปเปิลไม่ได้ทำให้ความรักของผมกับคอมพิวเตอร์ลดลงแม้แต่น้อย ถึงผมจะถูกปฎิเสธ แต่ผมก็ยังรักมัน ผมจึงตัดสินใจเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง ตอนนั้นผมอาจจะยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ถ้ามามองตอนนี้ การออกจากแอปเปิลกลับถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตของผมความรู้สึกหนักอึ้งที่แบกรับไว้ว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ กลับถูกแทนที่ด้วยการที่ไม่มีอะไรต้องเสียจากการที่เป็นผู้ที่เริ่มต้นใหม่ ผมกลายเป็นคนที่จะไม่มั่นใจกับอะไรมากจนเกินไป และที่สำคัญ มันเป็นการปลดปล่อยตัวเองให้เข้าสู่ช่วงที่ถือว่ามีพลังสร้างสรรค์มากที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต

 

ในช่วง 5 ปีหลังจากนั้นผมเริ่มทำบริษัทใหม่ชื่อ NeXT และอีกบริษัทหนึ่งคือ Pixar และพบรักกับหญิงสาวคนที่เป็นภรรยาผมตอนนี้ Pixar ได้ผลิตหนังการ์ตูนแอนนิเมชั่นด้วยคอมพิวเตอร์เรื่องแรกของโลก คือ Toy Story และปัจจุบันนี้ Pixar ก็เป็นสตูดิโอที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก และเหตุการณ์ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอีกจุดหนึ่งก็มาถึง แอปเปิลซื้อกิจการ NeXT และผมก็กลับแอปเปิล และสิ่งที่ผมสร้างไว้ที่ NeXT ก็กลายมาเป็นหัวใจของแอปเปิลในยุคฟื้นฟู และผมก็ได้แต่งงานกับ Laurene

 

ผมค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นถ้าผมไม่ถูกไล่ออกจากแอปเปิล ถือว่าเป็นการให้ยาที่แรงสุดๆ แต่ก็ถือว่าถูกกับคนไข้ บางทีชีวิตก็เล่นกับเราแรง แต่ขออย่าเสียความเชื่อมั่นศรัทธา ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ผมก้าวหน้ามาถึงวันนี้ได้ ก็เพราะผมรักในสิ่งที่ผมทำ พวกคุณต้องค้นหาว่าคุณรักอะไร ความจริงมันก็คล้ายๆ กับการหาแฟนซักคนนั่นแหละ จะว่าไปแล้วการทำงานนี่ถือเป็นครึ่งหนึ่งของชีวิตของเรา ทางเดียวที่จะทำให้เรามีความพึงพอใจสูงสุดก็คือ การได้ทำในสิ่งที่เราเชื่อว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ มีความหมาย และการที่จะทำให้การทำงานที่ยิ่งใหญ่ให้ประสบความสำเร็จก็คือ การรักในสิ่งที่ทำ ถ้าตอนนี้ยังไม่รู้ตัวเองชอบอะไร ก็จงค้นหาต่อไป อย่าเพิ่งหยุด คุณจะรู้ได้ด้วยใจคุณเองเมื่อคุณค้นพบมัน และมันจะทำให้เราดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นจงค้นหา ต่อไป

 

เรื่องที่สาม

ที่จะเล่าให้ฟังวันนี้เป้นเรื่องเกี่ยวกับความตาย เมื่อตอนผมอายุ 17 ผมอ่านเจอคำพูดของคนๆ หนึ่งพูดไว้ว่า ถ้าคุณใช้ชีวิตในแต่ละวันเหมือนกับเป็นวันสุดท้ายในชีวิตของคุณ สักวันคุณจะดีขึ้นแน่นอน ผมประทับใจมาก และตลอด 30 ปีตั้งแต่นั้นมา ผมจะมองกระจกและถามตัวเองทุกเช้าว่า ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของผม ผมจอยากทำอะไรและวันนี้จะทำอะไรบ้าง ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่คำตอบออกมาว่า ไม่รู้จะทำอะไรติดต่อกันหลายๆ วันผมรู้ว่าผมต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างแล้ว

 

การระลึกอยู่เสมอว่าเราต้องตายเร็วๆ นี้เป็นอาวุธที่สำคัญที่สุด ที่ผมใช้ในยามต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ ในชีวิต เพราะเกือบจะทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความคาดหวังต่างๆ จากคนภายนอก ความภาคภูมิใจ การกลัว การเสียหน้า หรือล้มเหลว ล้วนแต่ไม่เป็นสาระทั้งสิ้น เมื่อเราต้องเผชิญกับความตาย มันทำให้เรานึกถึงแต่สิ่งที่เป็นแก่ง เป็นความสำคัญที่สุดเท่านั้น การระลึกว่า คุณกำลังจะตายเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะหลุดพ้นจากความคิดที่กลัวการสูญเสียอะไรบางอย่าง ชีวิตคุณมีแต่ตัวนี่ เพราะฉะนั้นก็ไม่มีเหตุอะไรที่ไม่เดินตามความฝันของตัวเองเมื่อปีที่แล้วผมไปตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง หมอทำสแกนผมราว เจ็ดโมงครึ่ง และเห็นชัดว่ามีก้อนเนื้อที่ ตับอ่อน ผมเองไม่รู้แม้กระทั่งว่าตับอ่อนคืออะไร หมอบอกว่าเท่าที่ดูแล้วค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นมะเร็งชนิดที่ไม่มีทางรักษา และบอกว่าผมน่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกิน 3 6 เดือน หมอแนะนำว่าให้กลับบ้านและจัดการอะไรต่างๆ ให้เรียบร้อย พูดแบบชาวบ้านก็คือ หมอบอกให้ไปเตรียมตัวตายนั่นเอง มันหมายความว่าคุณต้องรีบคุยกับลูกในสิ่งที่คุณคิดว่าจะคุยในอีกสิบปีข้างหน้า หมายความว่าต้องเตรียมสิ่งต่างๆ ไว้ให้ครอบครัวเมื่อคุณต้องจากไป และหมายความว่าคุณต้องลาโลกนี้ไปแล้ว

 

ผมอยู่กับความรู้สึกว่าเป็นมะเร็งและต้องตายเร็วๆ นี้ทั้งวัน จนกระทั่งตอนเย็นหมอต้องตัดเอาเนื้อเยื่อเพื่อวิเคราะห์อีกครั้ง หมอใช้กล้องส่องภายในสอดผ่านลำคอ ผ่านกระเพาะ ลงลำไส้เล็ก และใช้เข็มเล็กๆ เจาะก้อนเนื้อเล็กๆ ในตับอ่อนออกมาตรวจ ตอนนั้นผมถูกวางยาสลบอยู่แต่ภรรยาผมบอกภายหลังว่า เมื่อหมอตรวจเนื้อเยื่อผ่านกล้องจุลทรรศน์อีกครั้งหนึ่งก็พบว่า ผมเป็นมะเร็งแบบที่พบได้น้อยมากคือ เป็นชนิดที่รักษาได้ด้วยการผ่าตัด และผมก็เข้ารับการผ่าตัดรักษาจนหายดีแล้วในตอนนี้

 

นี่ถือว่าเป็นการเข้าใกล้ความตายมากที่สุดของผม และผมก็หวังว่ามันจะรักษาสถิติที่ใกล้ที่สุดไปอีกหลายสิบปีข้างหน้าด้วย การที่ผมผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ก็ทำให้ผมเล่าให้พวกคุณฟังได้อย่างเต็มที่ไม่ใช่เพียงแค่ความคิดเชิงหลักการอย่างเดียว ไม่มีใครอยากตายหรอกครับ แม้แต่คนที่อยากไปสวรรค์ก็ไม่ต้องการตายเพื่อที่จะไปถึงที่นั่น แต่ทุกคนต้องตายครับ ไม่มีใครหลีกพ้นความตายได้ และมันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นเพราะผมถือว่า ความตายน่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดของชีวิต ความตายทำให้ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลง มันเป็นการกำจัดคนเก่าเพื่อเปิดทางให้คนใหม่ ตอนนี้คนใหม่คือพวกคุณทั้งหลาย และจะค่อยๆ แก่ไปในที่สุดและจะถูกกำจัดไป ขอโทษที่ผมอาจจะพูดอะไรที่เป็นนิยายไปหน่อย แต่ก็เป็นความจริงนะครับ

 

ชีวิตของพวกคุณมีจำกัดครับ จงอย่าเสียเวลาใช้ชีวิตอยู่บนชีวิตของคนอื่น อย่าตกอยู่ในหลุมพรางของความเชื่ออะไรบางอย่าง ซึ่งทำให้เราดำรงชีวิตอยู่บนควาาคิดของคนอื่นมากดความต้องการที่แท้จริงภายในใจของเรา สิ่งที่สำคัญนะครับ จงมีความกล้าหาญที่จะก้าวเดินตามสิ่งที่หัวใจเราเรียกร้อง ซึ่งตอนนี้อาจจะรู้แล้วว่าคุณต้องการเป็นอะไร อย่างอื่นเป็นเรื่องรองทั้งสิ้น

 

ตอนผมหนุ่มๆ มีสิ่งพิมพ์ที่เรียกว่า The Whole Earth Catalog ซึ่งได้รับความนิยมมากในยุคนั้นคนที่ทำมันขึ้นมาชื่ Stewart Brand ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากนี่เท่าไหร่ คือที่ Menlo Park ใน Whole Earth Catalog มีบทกวีดีๆ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตเยอะ ตอนนั้นเป็นช่วงปลายทศวรรษ 1960 ก่อนที่จะมีพีซีเพราะฉะนั้นนิตยสารนี้จึงทำขึ้นด้วยพิมพ์ดีดมือ กรรไกร และกล้องโพลารอยด์ มันก็คล้ายๆ กับ Google ฉบับ หนังสือนั่นแหละ คือเกิดก่อน Google 35 ปี มันเป็นอะไรที่อุดมคติ มีคำสอน ข้อคิดเตือนใจดีๆ มากมาย

 

Stewart ออก Catalog หลายฉบับแต่ทุกอย่างก็ย่อมมีจุดสิ่นสุด มาถึงฉบับสุดท้ายเมื่อราวกลางทศวรรษ 1970 ซึ่งตอนนั้นผมก็อายุเท่าๆ กับพวกคุณนี่แหละ ในปกหลังของฉบับสุดท้ายนี่เป็นรูปถ่ายถนน ในชนบทยามเช้า เป็นภาพที่หลายคนคงเคยสัมผัส ถ้าเผื่อเป็นคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว ด้านล่างของภาพเขียนว่า “Stay Hungry. Stay Foolish” มันเป็นเหมือนการกล่าวอำลาของพวกเขาด้วย จงเป็นคนที่หิวอยู่เสมอ จงเป้นคนที่โง่อยู่เสมอ เป็นสิ่งที่ผมใช้เตือนตัวเองตลอดเวลา และในโอกาสที่พวกคุณจะจบการศึกษาออกไปเผชิญโลกกว้าง ผมขอให้พวกคุณ จงเป็นคนที่ “Stay Hungry. Stay Foolish”

 

ขอบคุณครับ

 

21 November

Game Event

ก่อนอื่นผมต้องขอโทษเพื่อนๆ ที่แวะเวียนเข้ามาใน Blog นี้แล้วไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงมาหลายเดือนแล้ว ต้องขอโทษจริงๆ ครับเนื่องจากหลายเดือนที่ผ่านมีมีภาระกิจมากมายเหลือเกินครับ จนกระทั้งวันนี้ดูเหมือนจะเป็นวันที่ว่างที่สุดในชีวิตตั้งแต่ทำงานมา หุหุ ก็เลยขอโอกาสนี้มาอัพ Blog ให้เพื่อนๆ ได้มีข่าวสารอะไรใหม่ๆ กันบ้าง

 

G Star :

 

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวถึงงาน G Star ที่ผ่านไปแล้ว ซึ่งงานนี้ทีมงาน Weekly Online ก็ได้มีโอกาสบินลัดฟ้าไปทำข่าวกันถึงที่เลยครับ โดยทีมงานที่ไปก็มี บก. ลินเนจ Mr.Rock และเจ้าของเว็ปไซด์ Online - Station Mr.Iowa และผู้ใหญ่อีกท่านในบริษัท ฟิวเจอร์เกมเมอร์นะครับงานนี้เราก็ขนของฝากกลับมากันกระเป๋าใหญ่มาก บอกตามตรงว่าตอนเทกระเป๋าออกมาผมน้ำลายไหลเลย เพราะอยากได้ของทุกชิ้นเลยครับแม้แต่ถุงที่แจกจากค่ายเกมก็ถือว่าน่าสะสมแล้วละ ส่วนใครอยากได้ละก็ลองเข้าไปร่วมสนุกกับทางเว็ปไซด์ www.online-station.net นะครับ หรือติดตามได้จากนิตยสาร Weekly Online ครับ แต่ผมก็ไม่น้อยหน้านะครับสำหรับเพื่อนๆ ที่เข้ามา Blog ผมผมก็มีของฝากเหมือนกันครับ นั่นก็คือภาพสาวๆ จากงาน G Star ครับ อยากรู้ว่าสาวเกาหลีสวยขนาดไหนก็ลองเข้าไปดูได้ทางซ้ายมือนะครับ ในส่วนของ Photo ครับ

 

Pangya :  กิจกรรมสร้างสรรค์

 

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าที่บริษัทฟิวเจอร์เกมเมอร์จะมีทำบุญใหญ่ที่บริษัท แต่ผมก็มีภาระกิจที่ใหญ่กว่านั่นคือการไปร่วมทำบุญกับสาวๆ ก๊วนหญิงคุณป้า เอ้ยไม่ใช่ ก๊วนหญิงปังย่า ซึ่งน้องๆ ทุกคนนอกจากจะน่าตาดีแล้วยังมีน้ำใจงามอีกสมกับเป็นกุลสตรีไทยจริงๆ เลยนะครับใครได้เป็น พ่อ แม่ คงจะภูมิใจในตัวน้องๆ มากเลย ถึงแม้งาน Event แบบนี้จะไม่ได้ออกโทรทัศน์ถ่ายทอดให้ใครรับรู้ แต่การทำความดีมันก็เป็นสิ่งที่อิ่มอุ่นอยู่ในใจของผู้ให้และผู้รับอย่างแน่นอนครับ โดยเฉพาะน้องๆ ที่มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก ตอนที่ทุกคนต่างพากันขึ้นรถกลับนั้นผมเห็นน้องๆ เค้ารู้สึกเสียดายกับความสุขที่เพิ่งจะผ่านไปมากเลยครับ ผมอยากให้น้องๆ ก๊วนหญิงทุกคนระลึกเสมอว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราไปทำเล่นๆ สนุกๆ ให้ผ่านไปแต่มันคือการให้ที่มีค่ายิ่งใหญ่มากสำหรับน้องที่มูลนิธิครับ ผมสัมผัสได้ถึงความผูกพันธ์ที่น้องๆ ในมูลนิธิมีต่อผู้จัดกิจกรรมครั้งนี้อย่างเต็มเปี่ยมครับ และสำหรับภาพบรรยากาศงานก็ไปชมกันได้ใน Photo Zone นะครับ

 

 
17 August

City of Heroes

 

ช่วงนี้ถ้าใครมีโอกาสผ่านมาแถวกองบรรณาธิการ Weekly Online  ช่วง 5 โมงเย็นอาจจะเกิดอาการช็อคสักหน่อย เพราะนอกจากช่วงเวลา ตั้งแต่ 9 โมงเช้า - 5 โมงเย็น พวกเราจะเป็นนักเขียนแล้วหลังเลิก พวกเรา Online Gang ยังมีภาระกิจที่ต้องออกปราบปรามเหล่าร้ายในโลกไซเบอร์กันด้วย

 

หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อเกมส์นี้มานานแล้ว (ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น) จนช่วงนี้ได้มีโอกาสสัมผัสจึงอยากหยิบประสบการณ์และความรู้สึกที่ได้เล่นเกมส์นี้มาฝากเพื่อนๆ กันครับ

 

ผมเชื่อว่าในวัยเด็ก ของน้องๆ และเพื่อนๆ หลายคนคงเคยฝันอยากเป็น Hero กันบ้างละ ผมก็เคยฝันแบบนี้นเหมือนกัน จนวันนี้ผมได้มีโอกาสเป็นHero ในแบบฉบับของผมเหมือนกัน หลังจากที่ผม Log In เข้าสู้โลกแห่ง Hero หลังจาก ครึ่ง ชม. ผ่านไปผมยังคงอยู่ที่หน้าจอสร้าง Character ภาพของเด็กสาวตัวน้อยๆ ที่นั่งเล่นตุ๊กตา แต่งตัวแต่งหน้าให้ตุ๊กตาเริ่มเข้ามาในหัวผม ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของเด็กผู้หญิงเวลาที่เค้าแต่งตัวให้ตุ๊กตาของเค้าแล้วละ ว่ามันสนุกยังไง (เพราะทั้งกองบรรณาธิการผมกล้าบอกเลยว่า ไม่มีใครสร้างตัวละครเสร็จภายใน 1 ชม. เลยที่แน่ๆ Mr. Chow ใช้เวลาเกือบ 3 ชม.) สำหรับผมนะเหรอผมขอไม่บอกดีกว่าเดี๋ยวเจ้านายจับได้ว่าผมนั่งแต่งตัวให้ บาร์บี้ ของผมอยู่ ^^" แค่สร้างตัวคุณก็สนุกแล้ว

 

หลังจากเวลาแห่งกำเนิด  Hero คนใหม่ผ่านไปแล้ว ก็ถึงเวลาไปปราบเหล่าร้ายกันแล้ว พอเข้าไปถึงเมืองเกิด ผมก็ได้พบกับเหล่า  Hero ทั่วโลก เต็มไปหมด มีทั้ง  Hero ที่หน้าตาคล้าย  Hero ที่คุณเคยรู้จัก  Hero หน้าแปลก และ  Hero แปลกหน้า โดยที่ไม่มีใครซ้ำแบบใครเลย แต่ทันทีที่เหล่า Weekly Ranger 6 สีปรากฎตัว ก็เกิดศัพท์ใหม่ขึ้นทันทีนั่นคือคำว่า " Hero มุง  Hero" เหล่า  Hero ต่างชาติพากันแตกตื่นที่เห็น 6 ยอดมนุษย์ 5 สีปรากฎตัว คนแรกที่ทักทายพวกเราพูดขึ้นมาว่า "พวกแกคือตัวอะไรกันฟะ" และมีเสียงที่สอง ที่สามตามมา "พวกนายทำอะไรกัน" โอ้ว....แม่เจ้า ฝรั่งไม่เคยดู การ์ตูน ขบวนการยอดมนุษย์หรือไงนะ (ผมคิดในใจ) หลังจากถูกรุมสัมภาษณ์โดย  Hero ต่างชาติ อยู่พักใหญ่ พวกเรา ขบวนการ Weekly Ranger จึงออกไปปราบปามเหล่าร้ายกัน ตอนแรกก็นึกว่าจะมีแต่พวกเรา แต่ทว่า เมื่อหันไปมองด้านหลัง เหล่า  Hero ต่างชาติ พากันวิ่งตาม เหาะตาม บินตามเรามากันเป็นขบวนเลย (แล้วหนูจะได้เก็บเลเวลไหมเนี่ย) แต่ก็ขำๆ ดีนะเป็นความรู้สึกที่แปลกดีครับ

 

ระบบของเกมส์ Citry of Hero เรียกได้ว่าเป็นรูปแบบที่เกมส์เมอร์ ชาวไทยที่เล่นแต่เกมส์ในประเทศคงต้องใช้เวลาปรับตัวสักพักหนึ่ง ซึ่งโดยส่วนตัวผมแล้วผมใช้เวลา ทำความคุ้นเคยกับมันอยู่ประมาณ ครึ่งชม. ครับ (สำหรับระบบ interface และการเคลื่อนไหว) ระบบการเล่นก็แหวกแนวและน่าสนุกมาก เกมส์นี้จะไมมีให้เท็มให้เราเก็บ นะครับอ้อลืมบอกไปว่า นอกจากตัวละครของเกมส์นี้จะซ้ำกันได้ยากแล้ว ความสามารถของ  Hero แต่ละตัวก็มีโอกาสซ้ำกันได้น้อยมากเช่นกัน เพราะตอนที่เราสร้างตัวจะมีสายอาชีพ และประเภทสกิลต่างๆ ให้เราเลือกใช้ค่อนข้างเยอะ กลับมาที่ของที่เราได้จาก เหล่าร้ายจะไม่มีเป็นไอเท็มครับ แต่จะเป็นตัวเพิ่มความสามารถของสกิล ที่เราสามารถเพิ่มค่าของมันด้วยการนำมาอัพเกรดผสมกัน เป็นค่า + ++ ได้อีกด้วยครับ อาจจะมีการแจมบ้างแต่ไม่มีลูทแน่นอนครับ และนอกจากนี้ยังมีระบบเควสที่สนุกอีกด้วย โดยเราสามารถรวมกลุ่มกับ  Hero คนอื่นไปปราบเหล่าร้ายในเควสที่เรารับมาได้ครับ สำหรับสกิลใหม่ๆ ที่เราจะได้นั้นก็จะมาหลังจากที่เราเลเวลอัพครับผม เอาเป็นว่าถ้าเพื่อนๆ คนไหนมีโอกาสได้สัมผัสกับเกมส์นี้ละก็ผมแนะนำว่าไม่ควรพลาดเด็ดขาดครับผมสำหรับวันนี้เอาประสบการณ์ไปเท่านี้ก่อนละกันนะอยากรู้อะไรมากกว่านี้ก็มาถามได้นะครับยินดีตอบทุกคำถามที่ผมตอบได้นะอิอิ....

13 August

ปฎิบัติการก๊วนหญิงปังย่า

 

 

 

วันนี้ได้มีโอกาสไปชาร์ตความสดชื่นมาครับ (จะให้ไม่สดชื่นได้ไงก็มีแต่สาวๆ เต็มไปหมด) วันนี้ผมไปทำข่าวก๊วนหญิงปังย่ามาครับสิ่งที่ได้รับกลับมาวันนี้นอกจากได้เจอสาวๆ เต็มไปหมดแล้วยังได้เห็นทัศนะดีๆ จากผู้บริหารเกมส์ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย ไม่น่าเชื่อว่าเกมส์ที่มีฟอร์มเล็กๆ เกมส์หนึ่งจะมีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่ จริงๆ แล้วผมอยากให้สิ่งที่ผมได้ฟังจากปากของ "ลุงอ้วนแดง" ในวันนี้นำมาถ่ายทอดสู่เพื่อนๆ ชาวเกมส์ออนไลน์ทุกคนจัง ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนได้รับรู้ทัศนะคติดีๆ ที่ลุงอ้วนแดงมีต่อพวกเราชาวเกมส์ออนไลน์แล้วละก็ คงจะช่วยให้สังคมนี้ดีขึ้นอีกเยอะเลยครับ ตอนนี้ผมคงจะบอกเล่าอะไรไม่ได้มากนอกจากจะบอกว่า จริงๆ แล้วเกมส์แนว แคสชวล เบาๆ อย่างปังย่า ก็มีคุณค่ามากกว่าเกมส์ออนไลน์ ธรรมดาๆ ที่เราเล่นกันอยู่ทุกวันนะครับ

"คุณค่าของเกมส์ ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่เกมส์ แต่หากขึ้นอยู่ที่คนเล่นมากกว่า"

 

~ สำหรับประสบการณ์วันนี้ที่ผมได้รับมามันทำให้ผมเชื่อว่า เกมส์จะดีต้องดีด้วยสังคม ไม่ใช่ดีด้วยจำนวน Account อย่าตีคุณค่าของเกมส์ด้วยรายรับที่คุณได้ แต่จงตีค่าด้วยสังคมที่คุณสร้าง ~

 

08 August

บุก ICT EXPO กับ Ethanb

 

ต้องขอโทษเพื่อนๆ และน้องๆ ด้วยนะครับที่ไม่ได้เข้ามา UP BLOG ซะนานเลย พอดีช่วงนี้ยุ่งๆ ต้องออกไปทำงานข้างนอกด้วย แถมยังมาเป็นหวัดอีกต่างหาก แต่ถึงยังไงผมก็ไม่พลาดที่จะมีอะไรมาฝากเพื่อนๆ อยู่แล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปงาน ICT EXPO มาได้เข้าไปคุยกับทางผู้บริหาร NCTRUE และทีมผู้ดูแลเกมส์ Guild Wars ด้วยก็พอจะได้ข่าวใหม่ๆ มาบ้างอยูเหมือนกันแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในตอนนี้ สำหรับแฟนๆ ลินเนจ 2 ที่อยากให้มีการรวม Server ก็อาจจะมีข่าวดีก็ได้เร็วๆ วันนี้ ใครอยู่ Server ไหนก็เตรียมตัวรับน้องกันดีๆ นะ แต่อันนี้ยังไม่ยืนยันนะครับว่าจะมีขึ้น 100% หรือเปล่าเป็นเพียงแค่แนวทางที่เราได้เสนอไปทาง NCTRUE เท่านั้น และกิจกรรมอีกหลายอย่างที่เราได้เสนอไปเพื่อหวังว่าจะมีผู้เล่น ลินเนจ 2 เพิ่มขึ้นและผู้เล่นเดิมจะสนุกขึ้นนะครับ โอ้ยไม่ไหวแล้วไอจนเจ็บท้องละ ขอตัวก่อนละกันนะครับ ถ้าหายดีแล้วจะหาอะไรมาฝากอีกนะ อ้อลืมบอกไป สำหรับรูปบรรยากาศในงานติดตามจาก Photos นะครับ ต้องขออภัยที่มีแต่ภาพสาวๆ เพราะภาพในงานส่วนใหญ่ที่ถ่ายมามันเสีย แต่ภาพสาวๆ ดันไม่เสีย น่าแปลกเนอะ